วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อัพเดตงานใหม่

เปลี่ยนงาน

สื่อที่ทำจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานดงป่าแดง ซึ่งเป็นตำนานที่เก่าแก่ ที่เป็นที่มาเกี่ยวกับประเพณีของคนโบราณที่สืบสานกันมาในรุ่นปัจจุบัน เช่นการตักบาตรร้อยขัน ที่วัดพระนั่งดิน ซึ่งวัดดงป่าแดงที่ไปถ่ายก็แสดงให้ถึงความศรัทธาของคนในหมู่บ้านที่ยังไม่ลืมที่ยังจะทำประเพณีที่คนสมัยก่อนทำสืบต่อกันมา

บทพูด สวัสดีค่ะ วันนี้พวกเรามาแนะนำสถานทีที่เกี่ยวกับความเป็นมาของวัดดงป่าแดงที่เป็นตำนานประเพณีที่คนสมัยก่อนทำสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนะค่ะ
เรามาฟังเจ้าอาวาสเล่าประวัติความเป็นมาของวัดดงป่าแดงเลยนะคะ

ประวัติวัดดงป่าแดงมีอยู่ว่า คนสมัยก่อนจะชอบเคี้ยวหมากกันและมีความเชื่อกันว่าถ้าเป็นวันพระจะไม่สามารถเอาปูนขาวออกจากหม้อมาเคี้ยวได้เพราะคนโบราณถือกันว่ามันไม่มี ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่พระครูบาเกิดอยากที่จะเคี้ยวหมากแต่เผอืญว่าปูนขาวในหม้อหมดจึงใช้สามเณรไปหาปูนขาวมาให้ สามเณรจึงไปขอปูนขาวที่เมียเจ้าเมือง ซึงเมียเจ้าเมืองจึงให้ไปทั้งหม้อเพราะวันนั้นเป็นวันพระ วันต่อมาเจ้าเมืองซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ศรัทธาในเรื่องพระพุทธศาสนาจึงไปมาหาสู่กับพระครูบาอยู่บ่อยๆ เผอิญเจ้าเมืองดันไปเห็นหม้อปูนขาวเมียของตนจึงคิดว่าเมียของตนและพระครูบามีความสัมพันธ์แบบชู้สาวจึงสั้งประหาร ก่อนโดนประหาญพระครูบาได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าถ้าตนไม่ได้ทำผิดจริงขอให้เกิดเหตุปาฏิหารย์คือเลือดที่กระเด็นออกจากตัวของพระครูบาไม่ยอมตกถึงพื้น และหัวที่โดนฟันกระเด็นออกไปประมาณ 10 วา และขอให้เราร่างของตนมาเผาและนำไปไว้ที่วัดดงป่าแดง และขอให้ชาวบ้านทุกคนไปตักบาตรร้อยขันที่วัดพระนั่งดิน ถ้าผู้ใดไม่ทำผู้นั้นจะไม่เจริญ

ค่ะ เราก็ฟังประวัติไปแล้วนะค่ะ เรามีภาพถ่ายรอบๆวัดมาให้ดูด้วยค่ะ ไปชมกันเลยคะ

สมาชิก เมธินี ศรีทอง เลขที 26 ถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ
กนกอร จันทิมา เลขที่25 แนะนำสถานที่
อัจฉรา เมืองมุล เลขที่ 37 รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบงาน

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

ธุรกิจการบิน

เปิดหลักสูตร “ธุรกิจการบิน” (Aviation Business Management) รองรับตลาดธุรกิจการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เน้นนักศึกษาให้มี “ความรู้ดี บุคลิกภาพยอด ภาษาเยี่ยม เท่าเทียมนานาชาติ”



มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) เปิดหลักสูตรใหม่ “การจัดการธุรกิจการบิน” (Aviation Business Management) เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรด้านธุรกิจการ บินที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเป็นหลักสูตรนานาชาติที่มีเป้าหมายให้นักศึกษาที่จบการศึกษาออกไปมีความ รอบรู้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินทุกสาขา ทั้งภาคพื้นดินและบนอากาศ โดยเน้นให้ผู้จบการศึกษามีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานในทุกด้าน เช่น บุคลิกภาพ ความรู้ภาษาต่างประเทศ และมีความพร้อมเข้าสู่อาชีพธุรกิจการบินทันที โดยการเรียนการสอนจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักและภาษาจีนเป็นภาษาที่สอง



รศ.ดร.วัน ชัย ศิริชนะ อธิการบดีมฟล. กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจการบินของโลก ของภูมิภาคและของประเทศไทย มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมาก ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารและสินค้าที่ขนส่งทางอากาศมีปริมาณสูงขึ้นมาก แต่ละประเทศมีการขยายตัวและซื้อเครื่องบินใหม่ในจำนวนที่น่าประหลาดใจ เช่น ประเทศจีนจะเพิ่มสายการบินในประเทศอีก 50 สาย และสั่งเครื่องบินเพิ่มอีก 1,000 ลำ การบินไทยก็มีแผนจะเพิ่มเครื่องบินอีก 15 ลำ สายการบินเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย รวมทั้งสายการบินของประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางก็มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก ดังนั้น ปัญหาที่ตามมาคือ การขาดแคลนบุคลากรในธุรกิจการบินที่จะมีความต้องการในอีก 3 ปีข้างหน้าอีกนับหมื่นคน



เห็นความต้องการกำลังคนด้านนี้จึงได้ดำเนินการเปิดหลักสูตร “การจัดการธุรกิจการบิน” ขึ้น ในปีการศึกษา 2551 โดยรับรุ่นแรกเพียง 70 คน เป็นหลักสูตร 4 ปี โดยจะเน้นการสร้างนักศึกษาให้มีคุณภาพสามารถปฏิบัติงานได้กับธุรกิจการบิน ทั่วโลก ทั้งภาคพื้นดินและบนอากาศ ซึ่งธุรกิจนี้มีมูลค่ากว่าหลายหมื่นล้านบาท และขณะนี้สายการบินต่างๆ จากหลายประเทศก็เปิดโอกาสให้คนไทยเข้าไปทำงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากได้มีการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบและเน้นคุณภาพก็จะสร้างงานได้มากและจะ เป็นโอกาสดีของนักศึกษาไทย

กิจการบินในประเทศไทย

ภายหลังจากที่พี่น้องตระกูลไรท์ประดิษฐ์เครื่องบินสำเร็จเป็นรายแรกของโลก เป็นเวลาเพียง 8 ปี ชาวฝรั่งเศสได้นำเครื่องบินมาแสดงการบิน
ให้ ประชาชนดูที่สนามม้าสระปทุม ประกอบกับจอมพลพระเจ้าพี่ยาเธอกรมหลวงนครไขยศรีสุรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหมเสด็จไปยุโรป
ได้ทรงทราบข่าวว่าประเทศฝรั่งเศสกำลัง ปรับปรุงกิจการบินเป็นการใหญ่ เมื่อเสด็จกลับมาประเทศไทยแล้วจึงได้กราบทูลนายพลเอก สมเด็จ-
พระเจ้าา น้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีเครื่องบินไว้ป้องกันประเทศ
ด้วยเหตุ นี้ กิจการบินของไทยจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยจัดตั้งเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก ด้วยเครื่องบินรุ่นแรก จำนวนเพียง 8 เครื่อง ตั้งอยู่
ที่นามม้าสระปทุม และได้มีกาาคัดเลือกบุคคลไปศึกษาวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส คือ
1. นายพันตรี หลวงศักดิ์ศับยาวุธ ( สุณี สุวรรณประทีป )
2. นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิชิกร ( หวง สินสุข )
3. นายร้อยไท ทิพย์ เกตุทัด
ซึ่ง นายทหารทั้งสามท่านนี้ ปัจจุบันทางกองทัพอากาศไทยถือเป็น "บุรพการีของกองทัพอากาศไทย" และยังนับได้อีกว่าทั้ง 3 ท่านนี้เป็น "มนุษย์อากาศชุดแรกของไทย" อีกด้วย
นับตั้งแต่นั้นมา กิจการบินในประเทศไทยก็ได้รับพัฒนาเรื่อยมา มีการย้าย สนามบินจากสนามม้าสระปทุมมาที่ตำบลดอนเมือง และได้มีการยกฐานะ แผนกการบินขึ้นเป็นกองบินทหารบก ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 เป็นกรม อากาศยาน กองทัพบกในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2461 แยกตัวออกจากกองทัพบก เป็นกรมทหารอากาศ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2478 และได้รับการสถาปนาเป็น กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2480
และในช่วงเวลาขณะที่กิจการ บินในประเทศไทยพัฒนาขึ้นนั้น ประเทศไทยของเราสามารถสร้างเครื่องบินใช้เองได้ตั้งแต่ พ.ศ. 2457 และมีการสร้างเครื่องบินเรื่อยมา แม้กระทั่งในปัจจุบัน ก็มีการซื้อลิขสิทธิ์เครื่องบินทหารแบบ "แฟนเทรนเนอร์" มาสร้าง ประกอบใช้ในราชการเอง



ความฝันทุกคนฝันได้ แต่ฝันนั้น จะเป็น จริงก็ต่อเมื่อเราลงมือปฎิบัติและก้าวไปพร้อมๆฝัน